อ วรภัทร์ ภู่เจริญ กับ หนังสือเดอะพาวเวอร์

พลังรัก พลังแห่งความสำเร็จกับหนังสือเดอะพาวเวอร์ ­ในทรรศนะ ของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ

โลกนี้เป็น สมมุติ หมดเลยไม่มีจริงสักอย่าง
เราศึกษาเรื่องความทุกข์  ก็เพื่อจะพ้นทุกข์ และไม่ต้องไปเป็นทุกข์ใช่ม่ะ

” วิธีวัดความรัก ก็ใช้ความรักซึ่งไม่อาจวัด”
กุญแจสู่ความสำเร็จ คือ ใช้ความรัก

จักรวาลน้อย (ไมโครคอสมิก)  ซึ่งหมายความว่า  จิตใจของมวลมนุษย์เรา จักรวาลในกลางใจเราของเราเนี่ยะ
” ถ้าจิตใจมนุษย์ ยุ่งเหยิงโหดเหี้ยมเนี่ยะ โลกทั้งโลกนี้จะโหดเหี้ยม
ถ้าจิตใจมนุษย์ งดงามนะ ธรรมชาติจะงดงาม ”

ตอนนี้เรามีทั้งประท้วงกัน  มีทั้งฆ่าฟันกันเน้อ ทำให้โลกก็เลย อุณหภูมิโลกเริ่มวิกฤตล่ะ
เริ่มฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลล้วนมาจากจิตใจของมนุษย์ทั้งนั้นน่ะ
ด้วยอำนาจแห่งรักคราวนี้ โลกจะสดใสขึ้น เราจะรักกันมากขึ้น
โลกนี้ต้องการความสุข ความสงบมากๆเลยนะ

ความรู้สึก หลังจากได้อ่าน เดอะ พาวเวอร์

ประทับใจตรงที่ว่า ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตะวันตก หันมาสนใจทางพุทธมากขึ้น
ถือว่าเป็นการจุดประกายทางซีกโลกตะวันตกนะ และด้วยสำนวนที่คนซีกโลกตะวันตกเค้าเข้าใจ
ของเราเป็นชาวพุทธตะวันออกใช่ไหม เรามีสำนวนของเราติดบาลี สันสฤต หรือคำศัพท์มากๆ ฝรั่งหนีหมดนะ
แต่เล่มนี้ในความเชื่อของผมนะ หนังสือเล่มนี้สอนได้เป็นเนียนมากอ่ะ  อย่าว่าแต่พุทธเลย ศาสนาอื่นมาอ่านอ่ะ
สุดท้ายมันจบลงที่สัจธรรม จบลงที่ความเป็นจริง จบลงที่ความเมตตา

คิดอย่างไรกับประโยคที่ว่า พลังรัก พลังแห่งความสำเร็จ

อ้าวแน่นอนสิ พลังแห่งความสำเร็จ มันมาจากไหนน่ะ มันมาจากตัวเมตตางัย
พอเราเมตตา ใจเราสดใส จิตเราว่างๆ ตัวปัญญามันก็จะออกมา
แล้วทางพุทธเรามีคำคำหนึ่ง เค้าใช้คำว่า อิทธิบาท 4
ตัวแรกของอิทธิบาท 4 คือ  ฉันทะ  คือ ความพึงพอใจ หรือ รักที่จะทำ
ซึ่งตัวฉันทะตัวเริ่มของ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  ตามมาเป็นชุด
เลยจริงหนังสือเล่มนี้
น่าจะเขียนต่ออีก 3 เล่ม คือ  วิริยะ จิตตะ วิมังสา ถ้าฉันทะเริ่มได้อีก 3 ตัวก็ไม่อยากล่ะ
และก็ความรักในหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่ทสาวนะ
มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ที่บริสุทธิ์ เขียนไว้หลายตอน ในเล่ม เรื่อง ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข  น่าสนใจมาก

ได้นำพลังแห่งความรักไปใช้ในชีวิตอย่างไรบ้าง

โอ้ ทุกวันนี้ถ้าจะทำอะไรให้สำเร็จนะ งานแรกต้องชอบมันก่อนนะ
แต่อาจารย์จะเตือนนิดนึงว่า จะชอบอะไรต้อง
     1. ต้องเป็นเรื่องที่เป็นกุศล ไม่ใช่ชอบเรื่องที่เป็นอกุศลนะ
     2.  เมื่อเป็นกุศลแล้วนะ ต้องเป็นประโยชน์ ทั้งต่อผู้อื่นและต่อตนเอง

ดังนั้นล่ะ  The Power of love ก็จะไหลออกมาก  เหมือนอาจารย์ทำอะไรหลายๆอย่างที่อาจารย์ชอบนะ
แต่เอ เราชอบอยู่คนเดียวแล้วคนอื่นจะได้ประโยชน์ด้วยหรือเปล่า ?  เราได้ประโยชน์หรือเปล่า ? เป็นกุศลหรือเปล่า ? ใช่ไหมฮะ  คิดตรงนี้ก่อนนะ เด๊่ยวพอทำ ทำไปเนี่ยะ  ด้วยแรงแห่งความชอบ เดี๋ยวจะมีความเพียรตามมา ตัววิริยะ แล้วค่อยตามมา  ซักพักทำไปด้วยความชอบ ถึงผิดพลาดเนี่ยะ ด้วยความรัก ด้วยความชอบ เราจะให้อภัยตัวเอง  พอให้อภัยตัวเองปั๊ปเราจะกล้าทำซ้ำ ทำซ้ำ ซ้ำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นจิตตะ ใช่ไหม มุ่งมัน  วิริยะ  จิตตะ แล้วก็เกิดตัวนึงที่น่าสนใจมากขึ้น คือ  วิมังสา   วิมังสา คือ ฉลาดขึ้นในเรื่องที่ทำ  ตัวอย่างเช่น  วาดภาพ ถ่ายรูป  ขี่จักรยาน ก็ทำไปเรื่อยๆ  เรื่อยๆ ผิดพลาดก็ทำไปเรื่อยๆ ซ้ำๆ ซ้ำๆ  เราจะกลายเป็น Expert  หรือ ผู้ชำนาญในเรื่องนั้นได้เรื่อยๆ

” อารมณ์ของคนเรา ส่งอิทธิพลต่อทุกเซลล์ในร่างกาย ถ้าเซลล์ในร่างกายของเราเนี่ยะ มันเครียดขึ้นมานะ กล้ามเนื้อเราจะตึง เครียด เส้นเอ็น พังพืด จะรัดทั้งตัวเลย เดี๋ยวก็กลายเป็นมะเร็งมั่ง เดี๋ยวก็กลายเป็นโรคร้ายตามมา เป็นภูมิแพ้ และโรคเยอะแยะไปหมดเลยอ้ะ การรักษาอารมณ์เนี่ยะ การที่เรามองโลกในแง่ดี การมองโลกด้วยความรักผู้อื่นเนี่ยะ ความรักตรงนี้ทุกศาสนาพูดถึงความรักนะ ความรักตรงนี้ ทำให้เซลลืของเราก็ดีขึ้น ร่างกายเราก็ดีขึ้น จักรวาลเราก็ดีขึ้น “