Tag Archives: woraphatfc

เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง เอก ธเนศ กับ อจ.วรภัทร์ ภู่เจริญ

๑๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา ..
พี่เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ กับ อ.วรภัทร์ ภู่เจริญ
ได้มาพูดคุย เรื่องราวเกี่ยวกับดนตรี ที่มีธรรมะ แอบซ่อนแบบเนียน ๆ อยู่ในนั้น
บางคน เห็นธรรม เมื่อฮัมเพลง แบบไม่รู้ตัว ก็มี
หลายคน.. ไม่รู้ตัวว่ามีธรรมะ ก็มาก
ท่านอาจารย์พุทธทาส ได้เคยกล่าวเรื่องดนตรีไว้ว่า
“ดนตรีและศิลปะบริสุทธิ์มีคุณสนับสนุนจิตว่าง….
เราฟังดนตรีกันที่ความไพเราะ ก็เหมือนกับการศึกษาธรรมะ
ก็ความไพเราะของพระธรรม”
ลองมาฮัมเพลง ทั้ง ๓ เพลง ของพี่เอกที่ได้เอามาพูดคุยในวันนั้นดู
ว่าเรา เห็น .. อะไรไหม

เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง เอก ธเนศ ตอนที่ ๑ “คิดถึง”

เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง เอก ธเนศ ตอน ๒ “เผลอ”(ช้า)

เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง เอก ธเนศ ตอน ๓ “เผลอ” (เร็ว)

เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง เอก ธเนศ ตอน ๔ “ว่าง”

เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง เอก ธเนศ ตอน ๕ “ดีใจ”

 

อาจารย์ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ นำสมาธิภาวนา (๒๕๕๘)

วันนี้เรามานั่งสมาธิ และสร้างตัวรู้ ปฏิบัติในชีวิตประจำวันกันค่ะ 🙂

คลิปเสียงอาจารย์ ในการนำสมาธิภาวนา ลองฟังกันค่ะ
หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย 🙂

ตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส : “ธรรมวิถี” เปลี่ยน “ชีวิต” เปลี่ยน “โลก” (๑ มิ.ย.๕๘)

อาจารย์ไปออก รายการตอบโจทย์
ลองฟังกันดูค่ะ  ..  อาจจะได้อะไรอีกเยอะเลย 🙂

ดำเนินรายการโดย : จีรชาตา เอี่ยมรัศมี
ผู้ร่วมรายการ : ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ อดีตวิศวกรองค์การนาซ่า

ตอบโจทย์ ไทยพีบีเอสวันนี้ ร่วมพูดคุยในประเด็น…
หลักธรรมะในชีวิตประจำวัน
ธรรมะเปลี่ยนสังคมและโลก
หลักการบริหารแบบพุทธะ

ติดตามชมรายการตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 22.00 – 22.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมผ่านทีวีออนไลน์ทาง http://www.thaipbs.or.th/Live

วาดภาพระบายสีน้ำ “Sense Zen” อ. วรภัทร์ ภู่เจริญ เนเธอร์แลนด์

อาจารย์วรภัทร์ บรรยาย ลองฟังกันดูนะคะ :)

บรรยากาศวันที่่ 2 คอร์ส Sense Zen วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2015
เมือง Bergeijk เนเธอร์แลนด์
ขอบคุณคุณหนิง ที่จัด คอร์สและเผยแพร่ค่ะ

ตอนที่ 1 บรรยาย

ตอนที่ 2  สรุปบทเรียนรู้

ปฏิจจสมุปบาท – Sense Zen อ. วรภัทร์ ภู่เจริญ เนเธอร์แลนด์

อาจารย์วรภัทร์ บรรยายเรื่่อง ปฏิจจสมุปบาท (/ปะติดจะสะหฺมุบบาด/)  ลองฟังกันดูนะคะ 🙂

บรรยากาศวันที่่ 2 คอร์ส Sense Zen วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2015
เมือง Bergeijk เนเธอร์แลนด์
ขอบคุณคุณหนิง ที่จัด คอร์สและเผยแพร่ค่ะ

ตอนที่ 1 


ตอนที่ 2 

วิธีนั่งสมาธิเบื้องต้น Sense Zen อ. วรภัทร์ ภู่เจริญ เนเธอร์แลนด์

บรรยากาศเช้าวันที่่ 2 คอร์ส Sense Zen วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2015
เมือง Bergeijk เนเธอร์แลนด์
ขอบคุณคุณหนิง ที่จัด คอร์สและเผยแพร่ค่ะ

 


Cooking Toys For Kids Ramen Cook Kitchen Toy with KhToy

Cooking Toys For Kids Ramen Cook Kitchen Toy with KhToy


toys for kids
toys and games
toys for kids

วิธียิงธนูโพชฌงค์ (Bojjhanga Archery)

มาแล้วค่ะ  วิธีการยิงธนูโพชฌงค์
จาก คอร์ส Sense Zen วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2015 เมือง Bergeijk เนเธอร์แลนด์
ขอขอบคุณ คุณหนิง ที่ดูแลจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ และ เผยแพร่ นะคะ

ติดตาม ชมรมธนูโพชฌงค์ Bojjhanga Archery Club ได้ที่  https://facebook.com/bojjhangaarcheryclub

 

 

สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู ตอน ท่องเที่ยวให้ถึงธรรม

บรรยายโดย ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558

ตอน  ท่องเที่ยวให้ถึงธรรม

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

Nemawashi เห็นพ้องต้องกัน แล้วรีบทำ

Make decision slowly by consensus, thoroughly considering all options; implement rapidly.
ใจเย็นๆ ค่อยๆ ตัดสินใจ ฟังให้หมดก่อน มองทุกมุม แล้ว คุยกันแบบ consensus ก็คือ คุยกันจนกว่าจะยอมรับเป็นเสียงเดียวกัน 1 ความเห็นที่แตกต่าง 99 ก็ต้องฟัง เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็รีบลงมือทำ

นี่เป็น Principle # 13 ของ The Toyota Way.
ผม มีข้อคิด จาก หลักการที่ 13 นี้เยอะพอควร ดังนี้ :-
1) ผม นึกถึง เหล่าผู้บริหารไทย บัณฑิตในระบบการศึกษาไทย ส่วนใหญ่ พวกเขาฝึกมาให้ใช้ ฐานคิด มามาก ดังนั้น หลักการนี้ พวกเขา จะ คุยกันนานมาก คิดเอง เออเอง ไปจนถึง ทะเลาะกัน ทุบโต๊ะ งอน หรือ เงียบไป ใน ห้องประชุมแบบไทยๆ เป็นวัฒนธรรมแบบไทยๆ

คนที่ไม่เข้าใจ เรื่อง ฐานทั้ง 3 คือ “กาย ใจ ความคิด” ถ้ามาอ่านหลักการนี้แล้ว รีบร้อนเอาไปใช้ คงออกมาแนวเดิมๆ คือ No Action Talk Only. หรือ พวกเรา Talk พวกแกเอาไปทำ
ฝ่าย HR (บุคคล) มักจะ รู้ไม่เท่าทัน กลลวงของระบบอุตสาหกรรม ดังนั้น ก็จะโดน นักการศึกษาหลอกลวงได้ง่ายๆ เช่น รับคนเรียนจบสูง มองไปที่ปริญญา สถาบันมีชื่อเสียง ฯลฯ นี่แหละ คือ การ คัดเลือก เอา เหล่า นักคิด ( ขาด ฐานกาย ขาด ฐานใจ) เอาเข้ามาเป็น ผู้บริหารเต็มองค์กรไปหมด
พวกฐานกาย มากๆ ก็จะโดน HR ตั้งเพดานตำแหน่ง เพดานเงินเดือน เอาไว้ ที่ “หัวหน้างาน”
พวกฐานใจ มากๆ ก็จะโดนไปทำงาน โครงงาน กิจกรรม และ ถูกมองว่า “อ่อนแอ”
คำว่า “รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา” เป็น วัฒนธรรม ที่เป็นผลพวง มาจาก ระบบการศึกษาแบบฐานคิดเป็นตัวนำ
พวกบัณฑิต ฐานคิดมากๆ จะ คิดแบบ “ผู้บริหารในยุคอุตสาหกรรม” คือ “หาใครมาทำแทน คือ ยอดผู้บริหาร” แนวคิดแบบนี้ ทำลายการเรียนรู้ หยุดนวตกรรม แบ่งแยกคนในองค์กร
หลายๆบริษัทในประเทศไทย มี CEO แนว “การจัดการ คือ หาคนมาทำให้เหมาะกับงาน” ซึ่งก็จะดูดี ไปได้ดีในช่วงสั้นๆ แต่ ในระยะยาว เป็ย ยุทธศาสตร์ที่นำหายนะมาสู่แบบไม่รู้ตัว
จะสังเกตได้ว่า nemawashi นั้น ไม่ได้หมายความว่า คุยกันเยอะๆ นะครับ แต่ เป็นระดับ Dialogue ขั้น I-in-you และ I-in-now
คนที่มาศึกษา nemawashi และ The Toyota Way หาก ไม่เข้าใจ Dialogue เอา อุปนิสัยเดิม ความเคยชินเดิมๆ มาใช้ ก็จะหล่นลงไป คุยกันแบบยุคอุตสาหกรรม
จะทำ Nemawashi ได้ ต้องผ่านการฝึกทักษะ Dialogue อย่างสม่ำเสมอ ถูกวิธี เห็นว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ เข้าใจความสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งด้านรูปธรรม และ นามธรรม
“เมื่อความเป็นไม่ตรงกัน การทดลอง การวิจัยย่อมเกิดขึ้น” เป็นอะไรที่ผมเน้น เสมอเมื่อเข้าไปเป็นที่ปรึกษาในองค์กรต่างๆ อย่าเต่ “ตกลงกันให้ได้” เพราะ consensus คือ เห็นตรงกัน
2) คำว่า “ความเห็น” ต้องมาตีความว่า เห็นอะไร เห็นด้วยมุมมองไหน เห็นครบทุกมุมหรือยัง และ ที่สำคัญ คือ ด้วยจิตที่ปกติ หรือ เห็นด้วยจิตไม่ปกติ
ฐานใจ จะสอนให้เรา รู้จัก ผ่อนจิตใจ ผ่อนอารมณ์ หรือ ยกจิตใจ ยกอารมณ์ ของเราขึ้นมาให้ ชิวๆ สบายๆ เป็นปกติ ไม่มีอคติ ไม่มีลำเอียง ไม่มีนิวรณ์ คลื่นสมองสบายๆ ที่ อัลฟ่า นี่แหละ จิตว่างๆ มีกำลังสติกำกับ ปัญญาจะไหลออกมา เป็น “ความเห็นที่ดี” เป็น ความเห็นชอบ ชอบด้วยกาละเทศะ ชอบด้วยศีลธรรม ชอบด้วยเหตุ เป็นการสร้าง “เหตุที่ดี” ย่อมก่อให้เกิด “ผลที่ดี” แน่นอน
ด้วยความโลภ เห็นใครเขาทำอะไรดี ก็แห่กันทำตาม ลงทุนตามกัน โดยประมาท สุดท้ายก็ล้มเหลว
ด้วยความโลภ อยากจะเพิ่มยอดขาย ลงทุนสร้างโฆษณาลามก รุนแรง ก็ยอม โดยไม่คำนึงถึงอะไรอีกแล้ว นอกจาก ตัวเลขกำไร สังคมจะย่อยยับ ฉันมองไม่เห็น อีกนานกว่าจะเห็นผล ฉันไม่เชื่อ ฉันว่านี่แหละ คือ ศิลปะ
ด้วยความแค้น ฉันทำทุกอย่างที่จะ ทำลายคู่แข่ง ไม่ว่าจะแกล้ง กดดัน ขโมยความลับ ขโฒยคนเก่ง ฉันทำได้ทั้งนั้น
ด้วยความลำเอียง ฉันซื้อทุกอย่าง แบบใต้โต๊ะ
ด้วยความอคติ ฉันไม่ฟัง คนที่เตือนฉันตรงๆ ใครเคยตำหนิฉันไว้ ฉันไม่มีวันลืม แค้นนี้ย่อมต้องชำระ
3) ฐานกาย ไม่เข้มแข็ง ฐานใจก็พัง ฐานคิดก็ไม่สะอาด และ การฝึกฐานกาย คือ Learning by doing เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้
เดินลงไปดูที่หน้างาน ลงไปทำจริง เรียนรู้แบบ action learning ไม่ใช่ ฟังเขาบอก กอดอกมองดูแล้วบอกว่า “เข้าใจแล้ว”
การศึกษาในระบบ ทำลาย ฐานกายมากๆ
นั่งทั้งวันในห้องแออัด อากาศเสีย ท่องๆ คิดๆ อยู่กับ คนที่เอาข้อมูลมาฉาย ให้ดู คิดให้ตรงกัน ประชุมกันแบบคิดเองเออเองบนหอคอย
การเรียนรู้บนฐานกาย คือ ทำเอง รู้เอง เคยสังเกตไหม ของบางอย่างอธิบายให้ตายก็ไม่เข้าใจ เช่น ขี่จักรยาน จะให้อธิบายว่า ต้องทำยังไง ไม่ได้ครับ มันเป็นทักษะ ที่ต้อง ซ้อมๆๆๆๆๆ
การจะเข้าใจ “ธรรม” ก็ต้อง ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
การจะเป็นผู้บริหาร ก็ต้อง ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กับครูด้านบริหาร “กาย ใจ” หาก ไปหลงกล การศึกษาในระบบ ซ้อมๆๆๆๆๆ กับ ครูด้านบริหารความคิด (อีกแล้ว) ก็พังครับ
ฐานกาย ฐานใจ เข้มแข็ง ไม่ต้องห่วงว่า จะคิดไม่เป็น ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่คิด ฐานคิด อุปมา เป็นหลังคา ฐานกาย ฐานใจ เป็น พื้นล่าง และ เสา
4) ทำทันที เป็น อะไรที่ ผู้บริหารไทย รับไม่ค่อยจะได้ มันฝืน ความเคยชิน ฝืนอุปนิสัยที่โนหล่อหลอมมามากๆ
ทำทันที ในที่นี้ ผม คงหมายถึง ทำการทดลอง หากยังมีมุมที่เทาๆอยู่ จงทำในพื้นที่ย่อยๆ เล็กๆ เพื่อเป็น “นำร่อง” ทำเพื่อการเรียนรู้ ไปก่อน
ทำให้เร็ว จะได้เรียนรู้เร็ว จะเห็นจุดอ่อนได้เร็ว
ธรรมทันที คือ ทำอะไร คิดอะไร ก็คิดว่าเป็นธรรมไหม ธรรมชาติไหม จิตปกติหรือจิตไม่ปกติ มีสติไหม
ทำทันที ผิดพลาดไม่เป็นไร นี่คือ ช่วงเรียนรู้ แต่ ผู้บริหารไทย เป็นคนที่เต็มไปด้วยความกลัว กลัวพลาด กลัวเสียฟอร์ม กลัวเสียตำแหน่ง กลัวโดนแซว ฯลฯ เป็นการปนเปื้อนทางอารมณ์และความคิด ที่ติดมาจาก การศึกษาในระบบ ผ่านการศึกษาที่ใช้ “ความกลัว” เป็นแรงจูงใจให้ ขยัน ให้เรียน
ผู้บริหารไทย หลายท่าน จึงควรจะต้อง สำรวจตนเอง ปนเปื้อนอะไรมา เข้าค่ายฝึกชำระความปนเปื้อนต่างๆ

หลายท่าน ตีความคำว่า Nemawashi นี้ คือ การ Lobby แบบที่ พวกตะวันตก พวกนักการเมือง และ นักธูรกิจ ชอบใช้กันบ่อยๆ

ในหลายๆองค์กร พวกเขา Nemawashi กันนอกรอบ ในบรรยากาศทีเป็น Dialogue เหมาะสม เมื่อมาถึง เวลาประชุมเป็นทางการ ก็แค่มองหน้ากัน พูดให้มีคนจดบันทึก และ ก็ผ่านไปวาระต่างๆได้เร็ว อย่างไม่น่าเชื่อ

คนนอกวงการอาจจะงง “เอะ ทำไม เปิดวาะ แล้ว ไม่ซัดกันเละ แบบการประชุมไทยน่ะ ” ก็เพราะ เขาคุยกัน จนเปื่อย จนยุ่ยแล้ว ศึกษาแล้ว ลองทำดูบ้างแล้ว

หาก ผลออกมาผิดเพลาด ก็ถือว่า ก็ต้องมาดูกัน
ผู้บริหารญี่ปุ่น มัก พูดบ่อยๆว่า “อย่าเกลียดคนทำผิด แต่ เกลียดความผิด”
และ “มั่นใจ 50% ก็ลงมือทำเลย”

แต่ ของไทยเรา “ใครทำผิด …ซวยแน่ๆ” และ ” ไม่ชัวร์ อย่าทำนะเฟ้ย เธอทำ เธอรับผิดชอบนะ ฉันไม่เกี่ยว”

วงจร โนนากะ (Nonaka learning cycle) จึงไปหมุนไป การพัฒนา (Kaizen) ก็ไม่เกิดขึ้น …..

 

ดร.วรภัทร์  ภู่เจริญ  เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2009

หลายคนถามผมว่า ฝึกสติไปแล้ว วัดผลยังไง


อาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ

 ผมก็ขอ อธิบาย ง่ายๆ   เป็นข้อๆ  เป็น checklist ง่ายๆ นะ
นี่แหละ  Key Behavior Indicators  :- 

๑)มีแนวโน้มที่จะ   สดใสขึ้น   ใจว่างๆ  โล่งๆ (ใจดี หรือ ดีใจ ไม่เหมือน ใจโล่งๆ นะ)  ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง

๒) มีแนวโน้มที่จะ  ยิ้มง่ายขึ้น    ยิ้มให้คนอื่นก่อน ไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน

๓)มีแนวโน้มที่จะ   ไหว้คนอื่นได้ก่อน  ไม่มีข้อแม้ว่า ใครต้องไหว้ใครก่อน

๔)มีแนวโน้มที่จะ   ถ่อมตน ไม่เจ้ายศ ไม่เจ้าอย่าง  ง่ายๆ ติดดิน

๕) มีแนวโน้มที่จะ รับผิดชอบงานมากขึ้น  ไม่อ้าง   ไม่หนี  อดทนยอม

๖) มีแนวโน้มที่จะ   มีเมตตามากขึ้น    ใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล

๗) เมื่อได้ยินเรื่องราวใดๆ  ก็มีแนวโน้ม ที่จะ  ดู   สังเกต
มากกว่าที่จะ ด่วนวิจารณ์  ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์  แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด
ก็ยังอดทนควบคุมตนเองได้  ง่ายๆ ปล่อยๆ  ไม่เอาเรื่อง   ไม่เอาก็ได้

๘) มีแนวโน้มที่จะ เปิดโอกาสผู้อื่นพูดมากขึ้น    ฟังมากขึ้น
ไม่ด่วน”สวนกลับ”  ไม่ด่วน “หักคอ”  ไม่ด่วนสรุป  ไม่ด่วนฟันธง
ไม่แทรกแซงขณะคนอื่นกำลังพูด   อัตราการเต้นของหัวใจปกติ  ไม่ตูมตาม เมื่อโดนคนอื่นด่า

๙)  มีแนวโน้มที่จะ ยอมรับ  เปิดใจ  ยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่างได้   รับฟังอีกมุมมองได้

๑๐) มีแนวโน้มที่จะ ขยันๆ  และ  “กล้า”   ลงมือทำในเรื่องที่ดี เป็นกุศล ต่างๆ  ทันที
โดยไม่มีข้อแม้น ไม่เอาเรื่องในอดีตมาทำให้สะดุดในการที่จะทำ  ไม่เอาเรื่องในอนาคตมาหยุดตนเอง
ทำตามเป้าหมายได้  ไม่วอกแวก รู้จัก focus

๑๑) มีแนวโน้มที่จะ หันไป กตัญญู พ่อแม่   ไปหา ไปดูแล ไปคุยกับผู้มีพระคุณมากขึ้น
ครูเก่า  เจ้านายที่เคยช่วยสอน  ผู้มีอุปการะคุณ   ฯลฯ

๑๒) มีแนวโน้มที่ สัตว์เลี้ยงต่างๆ จะเดินเข้ามาหา  เพราะ   คนที่ใจสงบ ตื่นรู้
บรรดาสัตว์ในธรรมชาติ เขาจะ รับรู้

๑๓) มีแนวโน้มที่จะ ไม่เมาบุญ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

๑๔) มีแนวโน้มที่จะ  “ให้”  บริจาค   จิตอาสาทำเพื่อส่วนรวม   มากขึ้น

๑๕)  มีแนวโน้มที่จะ รู้สึกว่าตนเอง เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ     รู้สึกว่า ผู้คนกับตัวเองเป็นเนื้อเดียวกัน
ไม่รู้จะทำลายกันไปทำไม

๑๖) มีแนวโน้มที่จะคบ บัณฑิต   หลวงปู่ หลวงพ่อ ที่ดีๆ   มากขึ้น  ไปหาไปฟังธรรมจากท่าน ตามโอกาส

๑๗) มีแนวโน้มที่จะ  ห่างไกลคนพาล อบายมุข

๑๘)  มีแนวโน้มที่จะ  รักษาศีล๕มากๆ   ไม่ฆ่าสัตว์   ไม่ขโมย   ไม่ผิดกาม
ไม่โกหกหลอกลวง  ไม่ทานของมึนเมา

๑๙) มีแนวโน้มที่จะ ชื่นชม (Appreciation)ผู้คน ยินดีที่คนอื่นได้ดี     หรือ มี มุทิตา นั่นเอง

๒๐)  มีแนวโน้มที่จะ  ไม่นินทาใคร  ไม่ทำให้ใครแตกแยก   ชวนให้คนสามัคคีกัน

๒๑) มีแนวโน้มที่จะไม่กังวล  หลับสบาย หลับง่าย

๒๒) มีแนวโน้มที่จะ  ไม่ฝันร้าย เช่น     ในฝันไม่รู้สึกวิ่งยากลำบาก ก้าวขาไม่ออกอีกต่อไป
ไม่ฟันว่าฟันหัก   ไม่ฝันว่า กลับไปเป็นเด็กแล้วเครียดก่อนสอบ  อีก

๒๓) มีแนวโน้มที่จะฝันดีเช่น  เจอพระ  เจอคนดีๆ  ตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น   มีความสุข

๒๔) มีแนวโน้มที่จะ  นึกอะไร อยากได้อะไรที่ดีๆ เป็นกุศล  ไม่นานก็จะได้  หรือ มีคนเอามาให้

๒๕) มีแนวโน้มที่จะยอมคน  เช่น   ยอมให้แซงคิว  ยอมให้เอาเปรียบ ยอมให้ต่อว่า  ฯลฯ

๒๖) มีแนวโน้มที่จะ  ไม่ด่วน  “ประเมิน” ตัดสิน ตัดเกรด แบ่งแยก พิพากษา (judgment) ผู้คน
ห้อยแขวน (suspend) เอาไว้ก่อน ดูมากขึ้น  เผื่อคาดไม่ถึงบ้าง

๒๗) มีแนวโน้มที่จะ  รักผู้คนแบบไม่มีเงื่อนไข  (Unconditional love)    ไม่หวังผล   ให้ก็คือให้
ไม่มีข้อแม้น  ไม่อิจฉาไม่ริษยา

๒๘) มีแนวโน้มที่จะ รู้จักสติที่ฐานกาย   ใช้ “กายรู้กาย” ได้มากขึ้น นานขึ้นต่อเนื่องมากขึ้น
รู้ๆทุกก้าว ทุกอิริยาบท

๒๙)  มีแนวโน้มที่จะ “จับ” ความรู้สึก ที่ “ใจ” ของตนเองได้    รู้ว่าใจกุศล อกุศล

๓๐)  มีแนวโน้มที่จะ  “แยกแยะ” จิต กับ ความคิด   ได้   รู้จักความคิดจร
( ความคิดนอกแผน ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจคิด ความคิดที่ชวนไปเละเทะ ฟุ้งซ่าน ออกนอกทาง ฯลฯ)
เป็น นีโอ ที่สามารถจับกระสุนความคิด  ที่  กิเลสยิงใส่มาได้

๓๑)  มีแนวโน้มที่จะ  กลับไปอ่าน หนังสือธรรมะ  แล้ว เข้าที่”ใจ”มากขึ้น ร้อง “อ๋อ” มากขึ้น

๓๒)  ไม่กลัวตาย  สิ้นข้อสงสัย  และ  ไม่งมงายในศีลภายนอก

๓๓)  อื่นๆ

 

 

ที่มา :  ฺ  Blog อาจารย์วรภัทร์
Fanpagehttp://www.facebook.com/woraphatfc