New Heart New World : ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

“มีคนมาท้าทายว่า คุณรู้มาหมดแล้วทุกเรื่อง แล้วคุณรู้เรื่องพุทธหรือยัง
แต่อาจารย์เป็นคริสต์นะ พุทธยาก…แต่ยังไม่รู้ ท้าทาย ท้าทาย !”
“มาคุยเรื่องนรก สวรรค์ ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์น่ะ ไม่จริง กูไม่เชื่อ
แต่พอไปเจอหลวงปู่หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ (เล่าไม่ได้)…กูเชื่อหมดเลย 555”

“โลกนี้ คนมีเหตุผล ทะเลาะกันมากที่สุด แต่คนมี “หัวใจ” ไม่ทะเลาะกัน”
ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ
Listen to Inner Voice

ถ้าว่ากันตามโปรไฟล์แล้ว ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ
เคยเป็นวิศวกรขององค์กรระดับโลกอย่างองค์ก­ารนาซ่านานถึง 7 ปี
ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นนักเรียนรู้และนักป­ฏิบัติที่ศึกษาศาสตร์หลายชนิดจนเข้าใจอย่า­งทะลุปรุโปร่ง
ซึ่งรวมถึงศาสตร์ในเชิงจิตวิญญาณอย่างพระพ­ุทธศาสนาที่เขาสนใจทุ่มเทเรียนรู้อย่างลงล­ึก

ทุกวันนี้ดร.วรภัทร์ ผสมผสานความรู้ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และใน­เชิงจิตวิญญาณอย่างกลมกลืน
ดังนั้นในฐานะที่นั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับบ­ริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศหลายต่อหลายแห่ง
เขาจึงสามารถผลักดันให้บริษัทยักษ์ใหญ่เหล­่านั้นเข้าใจและใส่ใจในการตอบแทนสังคม
มากก­ว่าแสวงหาผลกำไรอย่างบ้าคลั่ง และนำเอาหลัก­บริหารในเชิงพุทธ ไปใช้ในการทำงานได้เป็นอย­่างดี นอกจากนั้นเขายังเขียนหนังสือและถ่ายทอดคว­ามรู้เพื่อให้คนในสังคมสามารถเข้าใจ
และมีว­ิธีในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามหลักธรรมอ­ีกด้วย

 Launch : 13 /05/ 2012

คำคม Woraphat Book (1)


02-learn_howtolearn

การเรียนรู้ คือ การทำให้ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่เป็นกุศลเป็นประโยชน์อย่างถาวร
หากพฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ….ไม่เรียนรู้ !

[จากหนังสือ Learn How to Learn ให้ความรักก่อนให้ความรู้]
Date : 19/03/2014

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

01-KPI_makeiteasy

” ปรับปรุงสันดาน สำคัญกว่าปรับ KPI “
[จากหนังสือ KPI ทำให้ง่ายๆ make it easy]
Date : 19/03/2014

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

03-body-sick

สติ คือ ตัวรู้เฉยๆ (ไม่ไปบังคับ) รู้กายของเราว่าเป็นอย่างไร อยู่ตรงไหน
ยกขึ้น หนัก เบา ร้อน หนาว รู้เวทนาว่าเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือไม่เป็นอะไรทั้งนั้น
รู้จิตของตนว่าจิตเกิดหรือจิตสงบๆ จิตเกิดเป็นกุศลหรืออกุศล
รู้ธรรมว่าเป็นนิวรณ์ คือ ติดสุข แค้น เครียด กังวล ฟุ้งซ่าน เบื่อ เป็นต้น
[จากหนังสือ กายเจ็บใจอย่าเจ็บ]
Date : 19/03/2014

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

หนังสือ ธนู ศาสตร์แห่งเมตตาธรรม

ตัวการสำคัญที่ทำให้ จิตไม่สงบ จิตไม่ว่าง คือ ความคิด
“ลูกธนูที่แท้จริง คือ ความคิดจร เป้าหมายภายใน คือ จิตใจ
เราฝึกเพื่อ ไม่ให้ความคิดจรวิ่งโดนเป้าหมายภายในใจได้” 
[จากหนังสือ ธนู ศาสตร์แห่งเมตตาธรรม]
Date : 19/03/2014

ที่มา :  Woraphat book
Link Facebookhttp://www.facebook.com/pages/Woraphat book

 

หลายคนถามผมว่า ฝึกสติไปแล้ว วัดผลยังไง


อาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ

 ผมก็ขอ อธิบาย ง่ายๆ   เป็นข้อๆ  เป็น checklist ง่ายๆ นะ
นี่แหละ  Key Behavior Indicators  :- 

๑)มีแนวโน้มที่จะ   สดใสขึ้น   ใจว่างๆ  โล่งๆ (ใจดี หรือ ดีใจ ไม่เหมือน ใจโล่งๆ นะ)  ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง

๒) มีแนวโน้มที่จะ  ยิ้มง่ายขึ้น    ยิ้มให้คนอื่นก่อน ไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน

๓)มีแนวโน้มที่จะ   ไหว้คนอื่นได้ก่อน  ไม่มีข้อแม้ว่า ใครต้องไหว้ใครก่อน

๔)มีแนวโน้มที่จะ   ถ่อมตน ไม่เจ้ายศ ไม่เจ้าอย่าง  ง่ายๆ ติดดิน

๕) มีแนวโน้มที่จะ รับผิดชอบงานมากขึ้น  ไม่อ้าง   ไม่หนี  อดทนยอม

๖) มีแนวโน้มที่จะ   มีเมตตามากขึ้น    ใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล

๗) เมื่อได้ยินเรื่องราวใดๆ  ก็มีแนวโน้ม ที่จะ  ดู   สังเกต
มากกว่าที่จะ ด่วนวิจารณ์  ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์  แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด
ก็ยังอดทนควบคุมตนเองได้  ง่ายๆ ปล่อยๆ  ไม่เอาเรื่อง   ไม่เอาก็ได้

๘) มีแนวโน้มที่จะ เปิดโอกาสผู้อื่นพูดมากขึ้น    ฟังมากขึ้น
ไม่ด่วน”สวนกลับ”  ไม่ด่วน “หักคอ”  ไม่ด่วนสรุป  ไม่ด่วนฟันธง
ไม่แทรกแซงขณะคนอื่นกำลังพูด   อัตราการเต้นของหัวใจปกติ  ไม่ตูมตาม เมื่อโดนคนอื่นด่า

๙)  มีแนวโน้มที่จะ ยอมรับ  เปิดใจ  ยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่างได้   รับฟังอีกมุมมองได้

๑๐) มีแนวโน้มที่จะ ขยันๆ  และ  “กล้า”   ลงมือทำในเรื่องที่ดี เป็นกุศล ต่างๆ  ทันที
โดยไม่มีข้อแม้น ไม่เอาเรื่องในอดีตมาทำให้สะดุดในการที่จะทำ  ไม่เอาเรื่องในอนาคตมาหยุดตนเอง
ทำตามเป้าหมายได้  ไม่วอกแวก รู้จัก focus

๑๑) มีแนวโน้มที่จะ หันไป กตัญญู พ่อแม่   ไปหา ไปดูแล ไปคุยกับผู้มีพระคุณมากขึ้น
ครูเก่า  เจ้านายที่เคยช่วยสอน  ผู้มีอุปการะคุณ   ฯลฯ

๑๒) มีแนวโน้มที่ สัตว์เลี้ยงต่างๆ จะเดินเข้ามาหา  เพราะ   คนที่ใจสงบ ตื่นรู้
บรรดาสัตว์ในธรรมชาติ เขาจะ รับรู้

๑๓) มีแนวโน้มที่จะ ไม่เมาบุญ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

๑๔) มีแนวโน้มที่จะ  “ให้”  บริจาค   จิตอาสาทำเพื่อส่วนรวม   มากขึ้น

๑๕)  มีแนวโน้มที่จะ รู้สึกว่าตนเอง เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ     รู้สึกว่า ผู้คนกับตัวเองเป็นเนื้อเดียวกัน
ไม่รู้จะทำลายกันไปทำไม

๑๖) มีแนวโน้มที่จะคบ บัณฑิต   หลวงปู่ หลวงพ่อ ที่ดีๆ   มากขึ้น  ไปหาไปฟังธรรมจากท่าน ตามโอกาส

๑๗) มีแนวโน้มที่จะ  ห่างไกลคนพาล อบายมุข

๑๘)  มีแนวโน้มที่จะ  รักษาศีล๕มากๆ   ไม่ฆ่าสัตว์   ไม่ขโมย   ไม่ผิดกาม
ไม่โกหกหลอกลวง  ไม่ทานของมึนเมา

๑๙) มีแนวโน้มที่จะ ชื่นชม (Appreciation)ผู้คน ยินดีที่คนอื่นได้ดี     หรือ มี มุทิตา นั่นเอง

๒๐)  มีแนวโน้มที่จะ  ไม่นินทาใคร  ไม่ทำให้ใครแตกแยก   ชวนให้คนสามัคคีกัน

๒๑) มีแนวโน้มที่จะไม่กังวล  หลับสบาย หลับง่าย

๒๒) มีแนวโน้มที่จะ  ไม่ฝันร้าย เช่น     ในฝันไม่รู้สึกวิ่งยากลำบาก ก้าวขาไม่ออกอีกต่อไป
ไม่ฟันว่าฟันหัก   ไม่ฝันว่า กลับไปเป็นเด็กแล้วเครียดก่อนสอบ  อีก

๒๓) มีแนวโน้มที่จะฝันดีเช่น  เจอพระ  เจอคนดีๆ  ตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น   มีความสุข

๒๔) มีแนวโน้มที่จะ  นึกอะไร อยากได้อะไรที่ดีๆ เป็นกุศล  ไม่นานก็จะได้  หรือ มีคนเอามาให้

๒๕) มีแนวโน้มที่จะยอมคน  เช่น   ยอมให้แซงคิว  ยอมให้เอาเปรียบ ยอมให้ต่อว่า  ฯลฯ

๒๖) มีแนวโน้มที่จะ  ไม่ด่วน  “ประเมิน” ตัดสิน ตัดเกรด แบ่งแยก พิพากษา (judgment) ผู้คน
ห้อยแขวน (suspend) เอาไว้ก่อน ดูมากขึ้น  เผื่อคาดไม่ถึงบ้าง

๒๗) มีแนวโน้มที่จะ  รักผู้คนแบบไม่มีเงื่อนไข  (Unconditional love)    ไม่หวังผล   ให้ก็คือให้
ไม่มีข้อแม้น  ไม่อิจฉาไม่ริษยา

๒๘) มีแนวโน้มที่จะ รู้จักสติที่ฐานกาย   ใช้ “กายรู้กาย” ได้มากขึ้น นานขึ้นต่อเนื่องมากขึ้น
รู้ๆทุกก้าว ทุกอิริยาบท

๒๙)  มีแนวโน้มที่จะ “จับ” ความรู้สึก ที่ “ใจ” ของตนเองได้    รู้ว่าใจกุศล อกุศล

๓๐)  มีแนวโน้มที่จะ  “แยกแยะ” จิต กับ ความคิด   ได้   รู้จักความคิดจร
( ความคิดนอกแผน ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจคิด ความคิดที่ชวนไปเละเทะ ฟุ้งซ่าน ออกนอกทาง ฯลฯ)
เป็น นีโอ ที่สามารถจับกระสุนความคิด  ที่  กิเลสยิงใส่มาได้

๓๑)  มีแนวโน้มที่จะ  กลับไปอ่าน หนังสือธรรมะ  แล้ว เข้าที่”ใจ”มากขึ้น ร้อง “อ๋อ” มากขึ้น

๓๒)  ไม่กลัวตาย  สิ้นข้อสงสัย  และ  ไม่งมงายในศีลภายนอก

๓๓)  อื่นๆ

 

 

ที่มา :  ฺ  Blog อาจารย์วรภัทร์
Fanpagehttp://www.facebook.com/woraphatfc