วิธียิงธนูโพชฌงค์ (Bojjhanga Archery)

มาแล้วค่ะ  วิธีการยิงธนูโพชฌงค์
จาก คอร์ส Sense Zen วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2015 เมือง Bergeijk เนเธอร์แลนด์
ขอขอบคุณ คุณหนิง ที่ดูแลจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ และ เผยแพร่ นะคะ

ติดตาม ชมรมธนูโพชฌงค์ Bojjhanga Archery Club ได้ที่  https://facebook.com/bojjhangaarcheryclub

 

 

ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ : ยึดหลักธรรมนำชีวิต

ยึดหลักธรรมนำชีวิต_01

ยึดหลักธรรมนำชีวิต_01

ยึดหลักธรรมนำชีวิต_02

ยึดหลักธรรมนำชีวิต_02

ยึดหลักธรรมนำชีวิต_03

ยึดหลักธรรมนำชีวิต_03

ที่มา  : หนังสือ SMS Inspired  / SME  ปรับตัวตั้งรับ เกาะกระแสธุรกิจ

ถ่ายทำรายการสยามสัปปายะ 16 มีนาคม 2557

ภาพกิจกรรมการอัดรายการ สยามสัปปายะ ทาง ThaiPBS เกี่ยวกับธนูไตรสิกขา ณ วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก วันที่ 16 มีนาคม 2557

ดร วรภัทร์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ ธนูไตรสิกขา (Trisikkha Archery)

1004846_10202113192084307_437099851_n    IMG_0046

ถ่ายทำภาพบรรยากาศ การเรียน การสอน

1898085_10202113191244286_743458585_n  IMG_0096

การฝึกซ้อมยิงธนูไตรสิกขา

IMG_0207

10003380_10202113156123408_1797049478_n  IMG_0190

 

Less thinks, more body sensing

 

 

1 Screen shot 2013-03-11 at 10.11.08 PM

Many ways and styles of Traditional Archers

ผมเชื่อเอาเองว่า เป้าหมาย  เส้นทางและสไตล์การฝึกธนู และ ยิงธนู  ของนักธนูแต่ละท่านนั้นแตกต่างกันไป

(๑)  ยิงเพื่อแข่งขัน (competitition):    ในสนามแข่งขันต่างๆ    เน้นความแม่น   ยิงในสนามมาตรฐาน   ภายใต้กฏกติกาของสมาคมหรือชมรมที่จัดการแข่งขัน

(๒)  พวก ล่าสัตว์ (Hunters) และ นักรบ (Warriors)   :   หรือ  ที่นักธนูญี่ปุ่น เรียกว่า     ธนู ๑๐๐ ดอก ฆ่าได้ ๑๐๐ ศพ    ( 100 shots, 100 lives.  )   รวมไปถึงการลอบสังหาร (Assasins)  ด้วย   พวกนี้เน้นความแม่น และ ใช้ ความอดทนในการรอคอยสูงมาก

(๒)  ยิงเพื่อความสนุกสนาน  (Entertainment):    ยิงแบบยุทธ์  (Combat shooting) แบบยิงหุ่นจำลอง     ยิงแบบ 3D    ยิงเป้าบิน   ยิงเป้าวิ่ง   ยิงโชว์ (Show) ฯลฯ       ซึ่งเน้น  “สัณชาติญาณ” (Instinctive shooting) สูงมาก       ใส่ลูกเร็ว ยิงเร็ว (speed shooting)   ยิงในท่ายากๆ  ในที่คับแคบ  ยิงถั่ว ยิงเส้นเชือก ยิงยากๆ (Difficult)    เหมือน คาวบอยชักปืนยิง  จากมุมต่างๆ ระดับความสูงต่างๆ

(๓)  ยิงเพื่อปฏิบัติธรรม (Dharma Archery)  :   ยิงเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริง  ยิงในเชิงศึกษาสัจธรรมและปรัชญา  ยิงในเชิงศิลป์  (Art of Archery)   ยิงเพื่อละกิเลส

ซึ่ง ผมก็คิดเอาเองว่า  ยังแบ่ง เป็น ๒ ระดับ  คือ

(ก)   ใช้สมถะ  (Samadha)  คือ จิตสงบ ความคิดสงบ    กาย ใจ ความคิด คน และ อุปกรณ์  รวมกันเป็นหนึ่ง     เป็นสมาธิขั้นสูง   ใช้ฌาณ (Chan)     เหมือน มวยไท้เก็กบางคน  “ใจถึง หมัดถึง” “แค่คิด หมัดก็ถึงแล้ว”     หรือ  นักกระบี่ ที่ กระบี่และคนหลอมรวมเป็นหนึ่ง       นักธนูระดับนี้  แม่นมาก  สามารถยิงแบบปิดตา หรือ ในความมืด   ไกลๆก็ยิงได้    เป็นแบบ  One shot, one life   คือ คนกับธนู รวมเป็นหนึ่ง ชีวิตเดียวกัน ในขณะเดียวกัน  ตื่นรู้ ( Awakening)  อยู่กับปัจจุบัน (Present + sensing = Presensing)   และ ผ่อนคลาย (Relax)

(ข)   ใช้ ไตรสิกขา (Trisika)  คือ  เป็นวิปัสสนากรรมฐาน (Vipassana) ซึ่งแน่นอนว่า ต้องใช้ สมถะเป็นพื้นฐานด้วย     ทั้งวิปัสสนาและสมถะ เป็นเหมือนหน้ามือและหลังมือของมือข้างเดียวกันของคนเดียวกัน

คำว่า  ไตร แปลว่าสาม  สิกขา แปลว่า การศึกษา    ดังนั้น  การศึกษาอบรม สามอย่าง ในเวลาเดียวกัน  (Simultaneously) คือ  อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา   ซึ่งเป็นทักษะถาวร ของพระอริยเจ้านั่นเอง

(หนึ่ง)  “ศีล” (Sila)  แปลว่า ปกติ   ดังนั้น ผ่อนคลาย (relax)   รักษาสมดุล (Balance)สร้างตัวรู้ (Sati)  เริ่มฝึกจาก กายรู้กาย หรือ กายในกาย (Awakening & Presensing) ไปก่อน    จนได้  ระดับ “มหาสติ  (Big Sati หรือ The Great Sati)”  ใช้ได้ต่อเนื่อง   ไม่ใช่แค่เฉพาะ ในตอนยิงธนูเท่านั้น         ทุกอิริยาบทมีสติ  เป็นสติแบบอัตโนมัติ (Auto sati)

(สอง)    “จิตตะ” (Jitta)    จิตสงบ จิตไม่เกิดอารมณ์  จิตว่าง (Empty mind)  จิตโล่ง จิตโปร่งสบาย      จิตสงบได้ต่อเนื่อง (Continuous)  ไม่ใช่เฉพาะตอนยิงธนูเท่านั้น  และ จะเป็นตามคำที่ว่า  “จิตสงบ ปัญญาเกิด”   ดังนั้น ยิงแม่น หรือ ไม่แม่น  ไม่สำคัญ     ไม่ได้แข่งขันกับใคร

(สาม)  “ปัญญา” (Panya)   ฝึกดีด หรือ ดักจับ ความคิดจร   ไม่ให้เข้าไปรวมตัวกับจิต    แยกจิตกับความคิดออกจากกัน     ไม่ใช่ จิตกับความคิดรวมเป็นหนึ่ง     ไม่มีความคิดอคติ ไม่มีความคิดลำเอียง  ไม่มีความคิดเฉโก (ความคิดที่ออกมาตอนจิตไม่ว่าง จิตเสวยอารมณ์)     ปัญญา คือ ความคิดที่ออกมาตอนจิตว่าง

**********************************************************************************

การฝึกยิงธนูแบบ “ไตรสิกขา” (Trisika Archery)  นี้

(๑) ไม่ได้ยิงไปเพื่อเอาชนะใคร   ไม่ใช่แข่งขันกับใคร ไม่จำเป็นต้องแม่น   ไม่ทำร้ายใคร ไม่ได้คิดจะอวดใคร  แต่ตรงข้าม   ยิ่งฝึก  ยิ่งมี “สติ”   มีเมตตา   เอื้อเฟื้อ  ไม่เห็นแก่ตัว ทำประโยชน์ให้ตนเองและสังคม   ไม่เกิดโทษแก่ตนเองและผู้อื่น

(๒) วัดผลด้วย เป้าภายใน (Inner target)  คือ ใจเป็นเป้า  ต้องไม่โดนลูกธนู (ความคิดจร)ใดๆ ยิงโดน     ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตรงข้ามกับการยิงธนูแบบทั่วๆไป ที่เน้นลูกธนูจริงๆ วิ่งไปโดนเป้าจริงๆ ไกลตัว ไกลใจ    แต่   ตรงข้าม !!!    ไตรสิกขา (Trisika Archery)  หรือ “ศรธรรมะ”  กลายเป็น  กลับย้อน (u-turn)  หรือ โอปนยิโก   ย้อนมาดูเป้า คือ ใจของเรา และ เฝ้าระวังลูกศร (ความคิดจร)  ไม่ให้มาโดนเป้า

เป็นลักษณะที่ผม ต้องใช้คำถามว่า  “Where is the target ?”  เป้าอยู่ที่ไหน  ?  “Where is the arrows ? “   ลูกศรอยู่ไหน ?

ในแต่ละวัน เราโดน ลูกศรยิงเข้าเป้า กลางใจของเรา ไปกี่ดอก ?

ในทางกลับกัน เรายิงลูกศรออกไป ทำร้ายใจใคร   กี่ดอกแล้ว ?

******************************************************************************

วัดผล (Evaluation) :  วัดผลด้วยการ รู้ด้วยตนเอง (ปัจจัตตัง) ว่า  “จิตกับความคิด” แยกจากกันได้ถาวรแล้ว  สติต่อเนื่องแล้ว   สติเป็นอัตโนมัติแล้ว  และ มีพรหมวิหารสี่ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)ที่เกิดขึ้นเอง  แบบ ไม่ได้ฝืน ไม่ต้องตั้งใจ  ไม่ได้หวังผล ไม่มีเงื่อนไขแล้ว

เมื่อจิตไม่โดนความคิดรบกวน  จิตว่างจากความคิด จิตจึงเป็นอิสระ   อุปมา เหมือน พระเอกนีโอ ในเรื่อง The Matrix ที่ จับกระสุน (ความคิดจร) ที่  คุณสมิทธิ์ (กิเลส) ยิงเข้ามาได้ทัน      ความคิดที่ออกมาตอนจิตว่างๆ จิตโล่งๆนี้เอง คือ ปัญญา

กิเลสต่างๆ แผลงศรยิงใส่จิตใจของเรา   เราจึงต้องฝึกสติ เพื่อให้ชำนาญในการดีดความคิดจรออกไป

ความคิดจร (Unwanted thinkings)  คือ ความคิดที่เราไม่ได้ตั้งใจคิด มันเผลอ มันแว่บเข้ามาเอง    มันลากเราให้หลง   มันดึงเราให้จมในอารมณ์ต่างๆ   มันมาแบบไม่ได้เชื้อเชิญ  มันผุดเข้ามาเร็วมาก ไวมาก    มันเปลี่ยนอารมณ์เราได้  เป็น โกรธ โลภ หลง กลัว  ดีใจ เสียใจ  เบื่อหน่าย  แค้นเคือง  อิจฉา  หมั่นไส้  รำคาญ  ฯลฯ

ในเว็ปนี้   เป็น  ศรธรรมะ  หรือ  ธนูไตรสิกขา (Trisika archery) นั่นเอง

ผมก็ไมไ่ด้ตัดสินว่า  ยิงธนูแบบไหนดีกว่ากัน  ไม่ได้ชี้นำว่าควรไปแบบไหน

คนเราเกิดมาสะสมสติและปัญญามาไม่เท่ากัน   ก็ต้องเคารพความคิดความอ่านความเห็นของแต่ละบุคคลด้วย

ด้วยความเคารพ

Woraphat Phucharoen

6  March 2013

Dragon's EYE Shooting...

ความหมายของธนูไตรสิกขา (Trisikkha Archery)

734595_580884558588622_839103150_n

ธนูไตรสิกขา   (  Trisika Archery.)

ไตรสิกขา (Trisika)  คือ  เป็นวิปัสสนากรรมฐาน (Vipassana) ซึ่งแน่นอนว่า ต้องใช้ สมถะเป็นพื้นฐานด้วย     ทั้งวิปัสสนาและสมถะ เป็นเหมือนหน้ามือและหลังมือของมือข้างเดียวกันของคนเดียวกัน

คำว่า  ไตร แปลว่าสาม  สิกขา แปลว่า การศึกษา    ดังนั้น  การศึกษาอบรม สามอย่าง ในเวลาเดียวกัน (Simultaneously) คือ  อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา   ซึ่งเป็นทักษะถาวร ของพระอริยเจ้านั่นเอง

(หนึ่ง)  “ศีล” (Sila)  แปลว่า ปกติ   ดังนั้น ผ่อนคลาย (relax)   รักษาสมดุล (Balance)สร้างตัวรู้ (Sati)  เริ่มฝึกจาก กายรู้กาย หรือ กายในกาย (Awakening & Presensing) ไปก่อน    จนได้  ระดับ “มหาสติ  (Big Sati หรือ The Great Sati)”  ใช้ได้ต่อเนื่อง   ไม่ใช่แค่เฉพาะ ในตอนยิงธนูเท่านั้น         ทุกอิริยาบทมีสติ  เป็นสติแบบอัตโนมัติ (Auto sati)

(สอง)    “จิตตะ” (Jitta)    จิตสงบ จิตไม่เกิดอารมณ์  จิตว่าง (Empty mind)  จิตโล่ง จิตโปร่งสบาย      จิตสงบได้ต่อเนื่อง (Continuous)  ไม่ใช่เฉพาะตอนยิงธนูเท่านั้น  และ จะเป็นตามคำที่ว่า  ”จิตสงบ ปัญญาเกิด”   ดังนั้น ยิงแม่น หรือ ไม่แม่น  ไม่สำคัญ     ไม่ได้แข่งขันกับใคร

(สาม)  “ปัญญา” (Panya)   ฝึกดีด หรือ ดักจับ ความคิดจร   ไม่ให้เข้าไปรวมตัวกับจิต    แยกจิตกับความคิดออกจากกัน     ไม่ใช่ จิตกับความคิดรวมเป็นหนึ่ง     ไม่มีความคิดอคติ ไม่มีความคิดลำเอียง  ไม่มีความคิดเฉโก (ความคิดที่ออกมาตอนจิตไม่ว่าง จิตเสวยอารมณ์)     ปัญญา คือ ความคิดที่ออกมาตอนจิตว่าง

**********************************************************************************

การฝึกยิงธนูแบบ “ไตรสิกขา” (Trisika Archery)  นี้

(๑) ไม่ได้ยิงไปเพื่อเอาชนะใคร   ไม่ใช่แข่งขันกับใคร ไม่จำเป็นต้องแม่น   ไม่ทำร้ายใคร ไม่ได้คิดจะอวดใคร  แต่ตรงข้าม   ยิ่งฝึก  ยิ่งมี “สติ”   มีเมตตา   เอื้อเฟื้อ  ไม่เห็นแก่ตัว ทำประโยชน์ให้ตนเองและสังคม   ไม่เกิดโทษแก่ตนเองและผู้อื่น

(๒) วัดผลด้วย เป้าภายใน (Inner target)  คือ ใจเป็นเป้า  ต้องไม่โดนลูกธนู (ความคิดจร)ใดๆ ยิงโดน     ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตรงข้ามกับการยิงธนูแบบทั่วๆไป ที่เน้นลูกธนูจริงๆ วิ่งไปโดนเป้าจริงๆ ไกลตัว ไกลใจ    แต่   ตรงข้าม !!!    ไตรสิกขา (Trisika Archery)  หรือ “ศรธรรมะ”  กลายเป็น  กลับย้อน (u-turn)  หรือ โอปนยิโก   ย้อนมาดูเป้า คือ ใจของเรา และ เฝ้าระวังลูกศร (ความคิดจร)  ไม่ให้มาโดนเป้า

เป็นลักษณะที่ผม ต้องใช้คำถามว่า  “Where is the target ?”  เป้าอยู่ที่ไหน  ?  ”Where is the arrows ? “   ลูกศรอยู่ไหน ?

ในแต่ละวัน เราโดน ลูกศรยิงเข้าเป้า กลางใจของเรา ไปกี่ดอก ?

ในทางกลับกัน เรายิงลูกศรออกไป ทำร้ายใจใคร   กี่ดอกแล้ว ?

******************************************************************************

วัดผล (Evaluation) :  วัดผลด้วยการ รู้ด้วยตนเอง (ปัจจัตตัง) ว่า  ”จิตกับความคิด” แยกจากกันได้ถาวรแล้ว  สติต่อเนื่องแล้ว   สติเป็นอัตโนมัติแล้ว  และ มีพรหมวิหารสี่ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)ที่เกิดขึ้นเอง  แบบ ไม่ได้ฝืน ไม่ต้องตั้งใจ  ไม่ได้หวังผล ไม่มีเงื่อนไขแล้ว

เมื่อจิตไม่โดนความคิดรบกวน  จิตว่างจากความคิด จิตจึงเป็นอิสระ   อุปมา เหมือน พระเอกนีโอ ในเรื่อง The Matrix ที่ จับกระสุน (ความคิดจร) ที่  คุณสมิทธิ์ (กิเลส) ยิงเข้ามาได้ทัน      ความคิดที่ออกมาตอนจิตว่างๆ จิตโล่งๆนี้เอง คือ ปัญญา

กิเลสต่างๆ แผลงศรยิงใส่จิตใจของเรา   เราจึงต้องฝึกสติ เพื่อให้ชำนาญในการดีดความคิดจรออกไป

ความคิดจร (Unwanted thinkings)  คือ ความคิดที่เราไม่ได้ตั้งใจคิด มันเผลอ มันแว่บเข้ามาเอง    มันลากเราให้หลง   มันดึงเราให้จมในอารมณ์ต่างๆ   มันมาแบบไม่ได้เชื้อเชิญ  มันผุดเข้ามาเร็วมาก ไวมาก    มันเปลี่ยนอารมณ์เราได้  เป็น โกรธ โลภ หลง กลัว  ดีใจ เสียใจ  เบื่อหน่าย  แค้นเคือง  อิจฉา  หมั่นไส้  รำคาญ  ฯลฯ

การทำธนูภูฏาน (ไม้ไผ่) แบบง่ายๆ โดยพ่อพิชัย

การทำธนูภูฏาน (ไม้ไผ่) แบบง่ายๆ โดยพ่อพิชัย

การทำธนูภูฏาน (ไม้ไผ่) แบบง่ายๆ โดยพ่อพิชัย

  • ตัดไม้ไผ่เลี้ยง ยาว 1 เมตร (เลือกตรงโคน เอาแบบตรงๆ หน่อยก็ดี)
  • ผ่าครึ่งตามยาวตลอดแนว
  • เหลาแต่งไม้ไผ่ให้ได้แนว (โคนใหญ่ ปลายเรียวขนาดความกว้างครึ่งหนึ่งของโคน)
    ดูเพิ่มเติมได้จาก : http://youtu.be/WVBb_ER9-iY
  • ตัดไม้ไผ่ท่อน (ทำด้ามจับ) ปาดให้เฉียงหัวท้ายตามรูปบน

 

p2

  • ทาบไม้ไผ่ที่เหลาเตรียมไว้ 2 อัน กับด้ามจับ กะให้อยู่กึ่งกลางด้าม
  • เหลาเศษไม้ทำเดือย กะให้ใหญ่กว่ารูที่เจาะไว้นิดหน่อย
  • จากนั้นเจาะรูให้ทะลุถึงกันตลอด 2 รู/อัน
  • ทากาวติดไม้ลงบนไม้ปีกธนู (ที่เจาะรูไว้แล้ว) อันแรกก่อน ประกบไม้ปีกธนูลงบนด้ามจับ สอดเดือยลงในรูที่เจาะไว้ให้ตรง (ทำทีละปีก) แล้วตอกเดือยให้สุดจนทะลุตลอดแนวของด้ามจับ

 

p3

  • เอาไม้ปีกธนูอีกข้างมาทาบประกบกับด้ามจับ แล้วเจาะรู พอกาวแห้งดีแล้ว ใช้มีดค่อยๆเหลาตกแต่งด้ามจับให้พอดีมือ
  • เหมือนกับอันแรก พร้อมทากาว/ใส่เดือย จากนั้นใช้ตะไบขัดเสี้ยนไม้ไผ่ออกให้หมด
  • ใช้เชือกว่าวเบอร์ 20 มาทาบแล้วพันหลายๆ ทบ เพื่อให้ด้ามจับกับปีกธนูแนบแน่นอยู่ด้วยกัน พันยิ่งเยอะยิ่งดียิ่งแน่น ดูเพิ่มเติมได้จาก : http://youtu.be/oHvI6GIes0k

 

p4

  • นำเชือกอวนเบอร์ 3MM มามัดที่ปลายปีกธนูแต่ละข้างให้แน่น เพื่อทำสายธนู (ตัดเชือกให้สั้นกว่าคันธนู 6 นิ้ว) ดูเพิ่มเติมได้จาก : http://youtu.be/YXQ2l6aPVqY
    ตั้งต้นสายธนู ดูเพิ่มเติมได้จาก : http://youtu.be/X5H7vuBqITU
  • จากนั้นก็ตกแต่งด้ามจับ ขัดคันธนู ให้เรียบร้อย พร้อมยิงแล้ว

ธนูแบบนี้พ่อพิชัยบอกว่ายิงได้ไกล 150 เมตร!!!

ณ ไร่ไพร่พนา อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2556

Traditional archery

บทเรียนจากธนู แบบ (Traditional archery เรียกสั้นๆว่า เท็ดดี้)

  • รอ กริ่งสัญญาณ อนุญาตให้ยิงได้ 240 วินาที ( 4 นาที)   และ หยุดยิงเมื่อ มีกริ่งบอกให้หยุดยิง
  • ยืนคร่อมเส้น
  • ท่ายืน (stance สะแต้นซ์) ขาห่างพอดีไหล่ ( บางคน อาจจะเปิด เท้าซ้าย เฉียงๆ ก็ได้)
  • หลังตรง
  • ยกคันธนู (riser ด้าม หรือ งา) ด้วยมือซ้าย หลังตรง
  • อย่าก้มตัว  จงยืนให้สง่า
  • มือขวา หยิบลูกจากซองใส่ลูก (Quiver คิ้วเว่อร์) จับลูกที่ปลายลูก บริเวณ เป็นร่อง (nock)
  • วางลูก บนแท่นยิง ที่คันธนู
  • เสียบร่องปลายท้ายของลูก ดันเข้าสายธนู ระหว่างปุ่มสองปุ่มบนสาย ให้ได้ยินเสียงดัง คลิก
  • ใช้ปลายนิ้วขวา ( ข้อนิ้ว ข้อสุดท้าย อย่าใช้ร่องนิ้ว) ใช้นิ้วสามนิ้ว คือ ชี้ กลาง และ นาง ในการดึงสาย
  • ให้ น้ำหนักดึงที่นิ้วนางมากที่สุด
  • (การจับสายมีหลายเทคนิค เช่น tradition มาตรฐาน / recurve โค้งกลับ / compound ทดแรง)
  • นิ้วขวา ต่ำกว่า nock ประมาณสองนิ้ว
  • ( string walk คือ เลือกตำแหน่ง นิ้วขวา ไล่ขึ้นลงตามแนวสายธนู(พวกเกาหลี มองโกล ยุโรปตะวันออก ใช้ นิ้วโป้งขวา ดึงสายธนู )
  • มือซ้ายดันคันธนู นิ้วชี้ กลาง นาง (ซ้าย) แตะคันธนูเบาๆ
  • มือซ้าย เหมือนศูนย์เล็งหน้า
  • มือขวา เหมือนศูนย์หลัง ต้องอยู่ในแนวเดียวกับเป้า
  • ศอกซ้าย ไม่เอียง ( คว่ำหัวไหล่ซ้ายเข้าในลำตัว )
  • ยกศอกขวาไว้เสมอ อย่าให้ศอกขวาตกลงมา
  • ยกแล้วยกเลยมือซ้ายดันคันธนูออกไปตรงๆ
  • ไหล่ซ้ายไม่ขยับ (ให้รู้สึกว่าแรงเป็นแนวตรงเข้า กระดูกไหล่ซ้าย )
  • ตรวจทานท่าทาง (run dry)  สำรวจดังนี้
  • ให้เริ่มสำรวจ มือซ้านดัน นิ้วมือซ้ายแตะคันเบาๆ
  • แนวคันธนูลงร่องมือซ้ายอย่าเกินเส้นชีวิต
  • ข้อมือตรง ศอกตรง หัวไหล่ซ้ายตรง แรงวิ่งเข้าไหล่ ข้อศอกขวายกสูง
  • จบ การสำรวจ (run dry)  ก็ ยกคันธนูและลูก ขึ้น ทั้งแผง
  • ยกคันธนูและลูกขึ้นทั้งแผง ไหล่ซ้ายไม่ยกขึ้นตาม ( สิ้นคิด ถ้ากังวลสงสัยให้เริ่ม สำรวจใหม่  วางธนูลงทั้งแผง   )
  • ยกคันธนูให้ แนวลูก สูงกว่าคิ้ว
  • ศอกขวาสูงไว้เสมอ จะรู้สึกว่า แรงเข้าที่สะบักขวา
  • ดึงสาย โดย ให้รู้สึกว่า แขนซ้ายเป็นแค่ เชือก เพราะ ใช้ สะบักขวาดึงจะได้แรงมากกว่า
  • อย่าโยกหน้าเข้าหาสาย ดึงสายเข้าหาจุดน้าว
  • หน้านิ่ง ไหล่ซ้ายไม่ยก ศอกขวายกสูง
  • สายอยู่ปลายนิ้วขวา รู้สึกคล้ายเกือบๆจะหลุด
  • ดึงสายเข้าจุดน้าว (Anchor) คือ สายแตะลำตัว นิ้วชี้ขวาจรดที่ มุมปากขวา หรือ นิ้วนางขวา จรดมุมปากขวา
  • (face walk คือ การเลือกจุดน้าวบนใบหน้า ให้เหมาะสมกับตนเอง แล้วแต่สไตล์ เช่น อาจจะกดนิ้วโป้วเข้า ที่หลังกรามขวา ในจุดที่คงที่ทุกครั้งที่ยิง )
  • ดึงสายธนูด้วยสะบักขวา อย่าใช้กล้ามแขน
  • ศอกขวายกสูงตลอดเวลา ถ้าไม่ยก ให้วางลงแล้วเริ่มใหม้
  • เล็ง (aiming)ให้ ปลายลูก จี้แตะ ที่จุดกลางเป้า แต่ บางคน อาจจะ จี้ไปจุดที่ต่ำกว่าเป้า ( gap shooting)
  • อย่าเล็งนาน เมื่อปลายจี้เป้าแล้วนับ หนึ่ง สอง สาม ปล่อยลูก
  • ปล่อยลูก(release) ด้วยการ ใช้สะบักขวาลากยาวไป ฝ่ามืขวาลากแนบกราม ไปเป็นแนว ถึงหลังหูขวา
  • อย่าระเบิดนิ้วขวา
  • มือขวา follow thru ถึงหู ( ถ้าลูก วิ่งไปเหมือนหมดแรงหน้าเป้า ต่ำกว่าเป้า ก็คือ มือขวาลากไม่ถึงหูขวา)
  • มือซ้ายอย่าขย้ำคันธนู (ลูกจะห่างไปจากเป้า)
  • อย่าหันหน้าตามมือขวา และ รักษาให้ใบหน้านิ่งๆ หัวนิ่งๆ ( ถ้าหันหน้ามาทางขวา ตามมือขวา สายจะดีดมุมปากขวา)
  • ยืนตัวตรง หยิบลูกใหม่ ต่อไป
  • ถ้าเหมื่อย ให้วางปีกล่าง (bottom limb) บนเท้าซ้าย แต่ ตอนใส่ลูก ยกปีกขึ้นมาจากเท้า
  • ยิงสบายๆ สามลูก ภายใน สี่ นาที (240 วินาที)
  • ถ้ายิงถี่มากจะเหนื่อยง่าย เดินออกไปเก็บลูกพร้อมๆกัน
  • หลักการ คือ ยิงให้ทุกครั้งเหมือนเดิม
  • ในการยิงแต่ละลูก   ทุกอย่างในการใช้ร่างกายต้องเหมือนเดิม     ตั้งแต่  กระดูกสันหลัง  ศีรษะ   นิ้ว  มือ  ข้อมือ   ศอก   แขน  หัวไหล่  ตำแหน่งยืน  ท่ายืน   ปลายเท้า   ฯลฯ  ใช้ กายรู้กาย
  • จุดน้าว (anchor) เดิม
  • ยิงๆไป ยิงมากๆ แต่อย่าเร่ง   (Shoot no shit)
  • ยิงคราวละ 6 ลูกต่อ 4 นาที ใจเย็นๆ  ไม่แข่งกับใคร
  • ควรมีครูหรือเพื่อน  ช่วยชี้แนะตำแหน่งร่างกายว่า ที่เดิมไหม ( คนยิงไม่แม่น ก็สังเกตได้)  ดูท่าทาง   อย่าไปชื่นชม หรือหัวเสีย กับ แต้ม  เน้น ฟอร์ม   ท่าร่าง
  • ให้รักษาฟอร์ม ให้คงเส้นคงวา ยิงให้เกาะกลุ่ม วงแคบๆ
  • ค่อยๆเพิ่ม น้ำหนักสาย ( สายหนัก ช่วย ให้ forgiveness สูง คือ ผิดพลาดลดลง เกาะกลุ่ม แต่ ระหว่างกล้ามเนื้อบาดเจ็บ)
  • ปรัชญา คือ ยิงอย่างมีความสุข ผ่อนคลาย ค้นหาสไตล์การยิงของตนเองให้เจอ
  • หลักธรรม คือ มีสติ กายรู้กาย ( body sensing) ใจโล่งๆ โปร่งสบายๆ (empty mind) ดับความคิดจร    อย่ากังวล อย่าเอาชนะ อย่าเคร่งครัดเกินไป อย่าโลภ อย่าโมโห อย่าอวดหรือข่มคนอื่น
  • เป้าหมาย คือ ละกิเลส สะสมกำลังสติ เป็นเป้าภายใน (inner target) สำคัญกว่า เป้าภายนอก

ซ้อม ซ้อม ซ้อม Shoot shoot shoot

735044_10151273229589003_1586842810_n

I like the word  “Shoot no shit” 

To practice    Dharma  or Archery  , we just  practice   practice and practice   ,  keep on practicing

No excuse , shoot more and more,  repeat repeat repeat without thinking